简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
เปิดเหตุผล! ทำไมประเทศพัฒนาแล้วถึงไม่ยอมให้โบรกเกอร์ปล่อย Leverage
บทคัดย่อ:ทำไม FCA, ASIC และ JFSA ถึงจำกัด Leverage ขณะที่โบรกเกอร์บางแห่งยังให้สูงถึง 1:500 หรือ 1:1000? บทความนี้พาไปดูเหตุผลเบื้องหลังกฎจำกัด Leverage และความแตกต่างระหว่างโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเข้มงวดกับ Offshore พร้อมตัวอย่างให้เห็นชัดว่า Leverage สูงไม่ได้แปลว่ากำไรมากขึ้น แต่อาจหมายถึงพอร์ตที่เสียหายได้เร็วขึ้น

ลองคิดดูครับ ถ้า Leverage 1:500 มันดีและปลอดภัยจริง ทำไมอังกฤษ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีตลาดการเงินพัฒนาแล้วที่สุดในโลก ถึงออกกฎห้ามโบรกเกอร์ให้ Leverage เกิน 1:30?
และทำไมโบรกเกอร์ที่ให้ Leverage 1:500 ถึงมักตั้งอยู่ในเกาะเล็กๆ ที่คุณแทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?
บทความนี้แอดจะอธิบายให้ครบครับ
ประวัติศาสตร์ที่นำไปสู่กฎจำกัด Leverage
ก่อนปี 2018 โบรกเกอร์ในยุโรปส่วนใหญ่ให้ Leverage สูงมากเช่นกันครับ บางเจ้าให้ถึง 1:200 หรือ 1:400
แต่หน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปอย่าง ESMA ได้รวบรวมข้อมูลจากโบรกเกอร์หลายแสนบัญชีและพบว่านักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนเมื่อใช้ Leverage สูง และยิ่ง Leverage สูงเท่าไหร่ อัตราการขาดทุนยิ่งสูงขึ้นตามครับ
ข้อมูลนี้นำไปสู่การออกกฎจำกัด Leverage ในปี 2018 โดย FCA ในอังกฤษ, ASIC ในออสเตรเลีย และหน่วยงานอื่นๆ ทั่วโลกทยอยตามมาครับ

FCA — ทำไมถึงเลือก 1:30?
FCA หรือ Financial Conduct Authority ของอังกฤษกำหนด Leverage สูงสุดไว้ที่ 1:30 สำหรับคู่เงินหลักครับ ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลจริงจากตลาดครับ
หลักการคือ Leverage 1:30 ยังให้โอกาสทำกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ลดความเสี่ยงที่ราคาจะวิ่งผิดทาง แล้วล้างพอร์ตในการเคลื่อนไหวสั้นๆ ลงได้มากครับ
ที่ Leverage 1:30 ราคาต้องวิ่งสวนทางถึง 3.3% ถึงจะล้างพอร์ตทั้งหมด แต่ที่ Leverage 1:500 ราคาวิ่งสวนทางแค่ 0.2% ก็พอแล้วครับ
ASIC — ออสเตรเลียเห็นอะไรในข้อมูล?
ASIC หรือ Australian Securities and Investments Commission ก็กำหนดไว้ที่ 1:30 เช่นกันครับ โดยก่อนจะออกกฎ ASIC ได้ศึกษาข้อมูลจากโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตในออสเตรเลียและพบว่านักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนสุทธิจากการเทรด Forex และ CFD โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้ Leverage สูงมากครับ
ASIC สรุปว่า Leverage สูงเกิน 1:30 ไม่ได้ช่วยให้นักเทรดรายย่อยทำกำไรได้มากขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงในการสูญเสียเงินทั้งหมดให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญครับ
JFSA — ญี่ปุ่นเข้มงวดที่สุดในโลก
JFSA หรือ Japan Financial Services Agency เข้มงวดที่สุดครับ โดยจำกัด Leverage ไว้แค่ 1:25 สำหรับ Forex
ญี่ปุ่นเริ่มจำกัด Leverage มาตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเร็วกว่าประเทศอื่นมากครับ เหตุผลหลักคือหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008 JFSA พบว่านักเทรดรายย่อยชาวญี่ปุ่นหลายคนสูญเสียเงินออมทั้งชีวิตจากการเทรด Forex ด้วย Leverage สูงครับ
กฎของ JFSA ถือเป็นบทเรียนที่มาจากความสูญเสียจริงๆ ของคนจริงๆ ครับ
แล้วโบรกเกอร์ที่ให้ 1:500 อยู่ในประเทศไหน?
นี่คือส่วนที่น่าสนใจมากครับ โบรกเกอร์ที่ยังให้ Leverage สูงถึง 1:500 หรือ 1:1000 มักจดทะเบียนในประเทศเหล่านี้
เช่น Saint Vincent and the Grenadines (SVG), Seychelles, Vanuatu, Belize หรือ Cayman Islands ครับ ประเทศเหล่านี้มีกฎระเบียบทางการเงินที่หละหลวมมาก หรือแทบไม่มีเลย ทำให้โบรกเกอร์สามารถให้ Leverage สูงได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมายครับ
พูดตรงๆ ก็คือ โบรกเกอร์เหล่านี้เลือกจดทะเบียนในประเทศเหล่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงกฎที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องนักเทรดครับ
ตัวอย่างจริง — ผลต่างของ Leverage ต่างกัน
สมมตินักเทรดมีเงิน $1,000 เปิด Buy EUR/USD และราคาวิ่งสวนทาง 1% ครับ
ถ้าใช้ Leverage 1:30 ตามกฎ FCA ขาดทุน $300 หรือ 30% ของพอร์ต ยังเหลือ $700 เทรดต่อได้ครับ
ถ้าใช้ Leverage 1:100 ขาดทุน $1,000 พอร์ตหมดเกลี้ยงครับ
ถ้าใช้ Leverage 1:500 ราคาวิ่งสวนทางแค่ 0.2% ก็พอแล้วครับที่จะล้างพอร์ตทั้งหมด
ประเทศที่พัฒนาแล้วเห็นตัวเลขแบบนี้จากข้อมูลจริงนับแสนบัญชี แล้วตัดสินใจว่าต้องจำกัดครับ
แล้วนักเทรดไทยควรทำอะไร?
แอดไม่ได้บอกว่าโบรกเกอร์ Offshore ทุกเจ้าเป็นมิจฉาชีพนะครับ มีโบรกเกอร์ Offshore ที่ดำเนินการอย่างซื่อสัตย์อยู่หลายเจ้า
แต่สิ่งที่อยากให้นักเทรดทำคือ อย่าเลือกโบรกเกอร์เพราะ Leverage สูงครับ ให้เลือกจากใบอนุญาต ประวัติการถอนเงิน และความโปร่งใส
และที่สำคัญกว่านั้น แม้โบรกเกอร์จะให้ Leverage 1:500 แต่นักเทรดไม่จำเป็นต้องใช้เต็มที่ครับ การกำหนด Effective Leverage ของตัวเองไว้ที่ 1:10 หรือ 1:20 คือการปกป้องพอร์ตที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องรอให้กฎหมายมาบังคับครับ
ข้อควรระวัง
ระวังโบรกเกอร์ที่ใช้ Leverage สูงเป็นจุดขายหลักครับ เพราะถ้าโบรกเกอร์ต้องโฆษณาด้วย Leverage 1:1000 แทนที่จะโฆษณาด้วยคุณภาพของ Execution หรือ Spread แสดงว่ากลุ่มเป้าหมายของเขาคือนักเทรดที่ยังไม่เข้าใจความเสี่ยงครับ
อย่าเข้าใจผิดว่า Leverage สูง = โอกาสรวยมากกว่าครับ มันหมายความว่าโอกาสล้างพอร์ตเร็วขึ้นเท่านั้น
อ่านบทความ “Money Management ฉบับนักเทรดไทย คำนวณ Risk ต่อออเดอร์”
เพิ่มเติมได้ที่ :https://www.wikifx.com/th/newsdetail/202607071274189711.html
สรุป + ขั้นตอนถัดไป
ประเทศที่พัฒนาแล้วจำกัด Leverage ไว้ที่ 1:25–1:30 เพราะข้อมูลจริงพิสูจน์แล้วว่า Leverage สูงทำลายพอร์ตนักเทรดรายย่อยมากกว่าช่วยครับ โบรกเกอร์ที่ให้ Leverage สูงกว่านั้นมักอยู่ในประเทศที่ไม่มีกฎคุ้มครองนักลงทุนครับ
ขั้นตอนถัดไปคือตรวจสอบว่าโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานไหน และคุณกำลังใช้ Effective Leverage จริงๆ เท่าไหร่ครับ
FAQ — คำถามที่นักเทรดถามบ่อยเรื่อง Leverage และกฎระเบียบ
Q1: ถ้า FCA จำกัด Leverage ไว้ 1:30 แล้วทำไมโบรกเกอร์บางเจ้าถึงยังให้ 1:500 ได้?
เพราะโบรกเกอร์เหล่านั้นไม่ได้จดทะเบียนภายใต้ FCA ครับ พวกเขาจดทะเบียนในประเทศ Offshore ที่ไม่มีกฎจำกัด Leverage ดังนั้นกฎของ FCA ไม่ได้ครอบคลุมถึงพวกเขาครับ
Q2: โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต FCA แต่ให้ Leverage 1:500 ได้ไหม?
ถ้าโบรกเกอร์มีใบอนุญาต FCA จริงๆ จะให้ Leverage เกิน 1:30 ไม่ได้ครับ ถ้าบอกว่ามีใบอนุญาต FCA แต่ให้ Leverage 1:500 ควรตรวจสอบให้ละเอียดว่าบัญชีที่เปิดอยู่ภายใต้บริษัทไหนและใบอนุญาตไหนจริงๆ ครับ
Q3: นักเทรดไทยควรใช้ Leverage เท่าไหร่?
แอดแนะนำ Effective Leverage ไม่เกิน 1:10 สำหรับมือใหม่ครับ หมายความว่าถ้ามีเงิน $1,000 ให้เปิดออเดอร์รวมทั้งหมดไม่เกิน $10,000 ซึ่งทำได้โดยเลือก Lot Size ที่เหมาะสม โดยไม่สนว่าโบรกเกอร์จะให้ Leverage สูงแค่ไหนครับ
Q4: ถ้าโบรกเกอร์ Offshore ให้ประสบการณ์ที่ดีมาก ควรเชื่อถือได้ไหม?
ประสบการณ์ที่ดีในช่วงปกติไม่ได้การันตีว่าจะถอนเงินได้เมื่อต้องการครับ ความเสี่ยงของโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือคือถ้าเกิดปัญหา ไม่มีหน่วยงานคุ้มครองคุณเลยครับ
Q5: ESMA คืออะไร แตกต่างจาก FCA ยังไง?
ESMA คือ European Securities and Markets Authority ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนระดับสหภาพยุโรปครับ FCA เป็นหน่วยงานของอังกฤษโดยเฉพาะ ทั้งสองออกกฎจำกัด Leverage ในระดับเดียวกันคือ 1:30 สำหรับคู่เงินหลัก แต่หลังจาก Brexit อังกฤษบริหารภายใต้ FCA แยกออกจาก ESMA แล้วครับ
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
FXTM
Exness
eightcap
FOREX.com
pepperstone
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
Exness
eightcap
FOREX.com
pepperstone
EBC FINANCIAL GROUP










