รีวิว IQ Option ดีไหม? เจาะลึกข้อมูลโบรกเกอร์ พร้อมมุมมองการใช้งานจริง
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทวิเคราะห์ราคาทองคำ ภาคค่ำ - 13 กรกฎาคม 2565

สรุป ราคาทองคําระหว่างวันแกว่งตัวไซด์เวย์ออกข้างในกรอบ 1,722.10-1,730.13 ดอลลาร์ต่อ หลังจากวานนี้ปิดลดลง 7.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงกดดันจากการอ่อน ค่าของสกุลเงินยูโร ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากวิกฤตพลังงานในยุโรปมีแนวโน้มเลวร้ายลง ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นสูงสุดใน รอบ 20 ปีครั้งใหม่ ขณะที่วันนี้มีปัจจัยหนุนจากญี่ปุ่นเผยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่กว่า 76,000 ราย เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากสัปดาห์ก่อน อีกทั้งจีนได้ล็อกดาวน์เมืองหวี่กัง ศูนย์กลางผลิตเหล็ก ในมณฑลเหอหนานของจีน 3 วัน ตามนโยบาย Zero-covid รวมไปถึง CDC เผยโอมิครอนสายพันธุ์ BA.5 และ BA.4 ครองสัดส่วนกว่า 80% ในสหรัฐ ประกอบกับ GDP สหราชอาณาจักรเดือนพ.ค.เพิ่ม 0.5% พลิกมาบวกจากเดือนก่อน -0.39% และเป็นที่คาดไว้ในระดับ 0.1% ซึ่งอาจส่งผลให้สกุลเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น กดดัน สกุลดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง และกลับมาหนุนทอง อย่างไรก็ตามต้านน้ํามันดิบยังร่วงลงต่อเนื่องทั้ง สัญญาน้ํามันดิบ WTI และ BRENT จากการแข็งค่าของดอลลาร์ รวมถึง ศุลกากรเผยยอดส่งออกเดือนมิ.ย.ของจีนพุ่งขึ้น 17.99% เมื่อเทียบรายปี แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 เดือน และยอดส่งออกครึ่งปีแรกพุ่ง 13.2% ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัว ประเด็นเหล่านี้อาจกดดันทองคําได้ ทั้งนี้แนะนําขายทํากําไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว บริเวณแนวต้าน โดยราคายังมีโอกาสทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,738-1,745 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ ให้ดูแรงซื้อแรงขายในช่วงนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ เข้าซื้อคืน หากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือ 1,700-1,676 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ สําหรับวันนี้จับตาการเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.ของสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะพุ่งขึ้น 8.89% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าระดับ 8.6% ของเดือนพ.ศ. ทั้งนี้ หากดัชนี CPI พุ่งขึ้นเกิน คาดอาจกระตุ้นการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจะกดดันทองคําได้ กลับกันหากดัชนี CPI แย่เกินคาด จะบั่นทอนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และหนุนราคาทองคํา
คําแนะนําเปิดสถานะขาย $1,738-1,745
จุดทํากําไรซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,700-1,676
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสถานะขายหากหลด $1,766
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายการใช้ปฏิทินข่าว Forex อย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้นักเทรดวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชี้ให้เห็นความผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น การดูเพียงว่ามีข่าวอะไรโดยไม่วิเคราะห์ระดับความสำคัญ ไม่เปรียบเทียบค่าคาดการณ์กับค่าจริง และการรีบเข้าเทรดทันทีหลังข่าวออก ผู้เขียนเสนอขั้นตอนการใช้ปฏิทินข่าวอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทบทวนข่าวสำคัญประจำสัปดาห์ การวิเคราะห์ผลกระทบของข่าว การเตรียมแผนรับมือในแต่ละสถานการณ์ ไปจนถึงการติดตามข่าวสำคัญ เช่น NFP, CPI และการประชุมธนาคารกลาง เพื่อให้นักเทรดสามารถเปลี่ยนปฏิทินข่าวจากเพียงเครื่องมือเตือนความเสี่ยง ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างกำไรและตัดสินใจเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการเทรดตามเทรนด์ (Trend Following) และการเทรดสวนเทรนด์ (Counter-Trend Trading) ซึ่งเป็นคำถามที่นักเทรดพบอยู่เสมอ โดยชี้ให้เห็นว่าไม่มีวิธีใดดีที่สุดในทุกสถานการณ์ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดในขณะนั้น หากตลาดอยู่ในภาวะ Trending การเทรดตามเทรนด์มักมีความได้เปรียบมากกว่า แต่หากตลาดอยู่ในภาวะ Ranging การเทรดสวนเทรนด์ระยะสั้นอาจให้จุดเข้าและผลตอบแทนที่ดีกว่า ส่วนตลาดแบบ Choppy เป็นช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงการเทรดมากที่สุด นอกจากนี้บทความยังอธิบายข้อดี ข้อเสีย สัญญาณบ่งบอกการสิ้นสุดของเทรนด์ รวมถึงกรอบการตัดสินใจที่ช่วยให้นักเทรดเลือกกลยุทธ์ได้เหมาะสม ลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนเทรดอย่างเป็นระบบ
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
Exness
vantage
STARTRADER
D prime
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
Exness
vantage
STARTRADER
D prime
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
Exness
vantage
STARTRADER
D prime
EBC FINANCIAL GROUP
FXTM
Exness
vantage
STARTRADER
D prime